แก่นแกน กิ่งแก้ว กิ่งก้อย

แก่นแกน กิ่งแก้ว กิ่งก้อย

แก่นแกน กิ่งแก้ว กิ่งก่อย หริอที่รู้จักกันว่า Mind Map  หรือ แผนที่ความคิด เป็นวิธีจดบันทึกความคิดด้วยทักษะของสมองสองซีก เพื่อให้เห็นภาพของความคิดที่หลากหลายมุมมอง กว้าง และชัดเจน เขียนตามความคิดที่เกิดขึ้นขณะนั้น เขียนเหมือนต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาออกไปเรื่อย ๆ ช่วยทำให้สมองได้คิด ได้ทำงานตามธรรมชาติใช้จินตนาการอย่างเต็มที่

Mind Map  เป็นการนำความรู้เรื่องสมองมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ธัญญา ผลอนันต์  นักบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นผู้นำความคิดและวิธีการเขียน Mind Map® เข้ามาใช้ และเผยแพร่ในประเทศไทย เมื่อปี 2540
ผู้ประสิทธิ์ประสาทคือ โทนี บูซาน (Tony Buzan) ชาวอังกฤษ เมื่อปี 2517    เป็นผู้นำเอาความรู้เรื่องสมองมาปรับใช้เพื่อการเรียนรู้ของเขา  โดยพัฒนาการจดบันทึกแบบเดิมที่เป็นตัวอักษร เป็นบรรทัด ๆ เป็นแถว ๆ  ใช้ปากกาหรือดินสอสีเดียวในการจดบันทึก เปลี่ยนมาเป็นบันทึกด้วยคำสั้น ๆ ภาพ สัญลักษณ์ แบบแผ่รัศมีออกรอบ ๆ ศูนย์กลางเหมือนการแตกแขนงของกิ่งไม้  ใช้สีสันหลากหลาย  โทนี บูซาน เขียน Mind Map®บันทึกทุก ๆ เรื่อง ทั้งชีวิตส่วนตัวและการงาน เช่น การวางแผน การตัดสินใจ การช่วยจำ การแก้ปัญหา การนำ
เสนอ และการเขียนหนังสือ เป็นต้น
การบันทึกแบบนี้เป็นการใช้ทักษะการทำงานร่วมกันของสมองทั้งสองซีก คือ ซีกซ้าย วิเคราะห์ คำ ภาษา สัญลักษณ์ จัดลำดับ ความเป็นเหตุเป็นผล ส่วนสมองซีกขวา  จะทำหน้าที่สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ความงาม ศิลปะ จังหวะ โดยมีแถบเส้นประสาทคอร์ปัสคอโลซั่มเป็นเสมือนสะพานเชื่อม
Mind Map® ช่วยคุณได้อย่างไร ?
Mind Map® สามารถช่วยคุณทำอะไรได้หลายอย่าง ตัวอย่างต่อไปนี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น !
Mind Map®  ช่วยให้คุณ : เห็นความคิด และคิดความเห็น

มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น        
แก้ปัญหา     
สอบผ่านด้วยเกรดที่ดี
ประหยัดเวลา     
จัดระเบียบและเห็นความคิดอย่างชัดเจน     
มีสมาธิ
ความจำดีขึ้น     
เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น     
สนุกสนานกับการเรียน
มองเห็นภาพรวมทั้งหมด     
ช่วยในการวางแผน     
ช่วยในการสื่อสาร
รอดชีวิต !! (จากเรื่องหน้าแตก)       
อนุรักษ์ต้นไม้ (ประหยัดกระดาษ)          ฯลฯ
ข้อแนะนำในการเขียน Mind Map

1. แก่นแกน (ภาพกลาง) มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ถ้าใหญ่จะทำให้เหลือเนื้อที่สำหรับขยายกิ่งก้าน สาขาของมายด์แมปออกไปได้น้อยลง แต่ถ้าเล็กไปก็จะทำให้ไม่น่าสนใจสมองไม่จำ ขนาดที่เหมาะสมสำหรับกระดาษขนาด เอ 4 คือเหรียญ 10 บาท
2. ห้ามล้อมแก่นแกน ด้วยเส้นรอบวงใด ๆ  ทั้งสิ้น ยกเว้นว่าจะมีนัยสัมพันธ์กับเรื่องนั้น ๆ เช่น อาณาเขตเกาะ หรือประเทศ ปกหนังสือ
3. เส้นของกิ่งแก้วต้องโยงเชื่อมต่อกับแก่นแกนเสมอ ต้องมีจุดใดจุดหนึ่งสัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งของแก่นแกน เส้นจะลอยอยู่โดด ๆ ไม่ได้ ในกิ่งแก้วเดียวกัน กิ่งก้อยที่แตกออกมาก็ต้องเชื่อมต่อกันด้วย
4. คำยิ่งสั้นยิ่งดี หากเขียนเพื่อคิดต่อต้องพยายามให้คำสั้นที่สุด เป็นคำมูลได้ยิ่งดี แต่หากเขียนเพื่อจดจำแล้วใช้คำมูลหลายคำได้ (คำมูลคือคำที่มีหนึ่งหรือหลายพยางค์ และมีความหมายอย่างน้อยหนึ่งความหมาย เช่น กิน มะม่วง มะละกอ)
5. เส้นต้องมีความยาวสัมพันธ์กับคำหรือภาพ หากเส้นยาวมากเกินไปจะทำให้เสียพื้นที่ในการขยายไปโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้น เมื่อเส้นยาวเท่า ๆ กับคำแล้ว ยังช่วยในการฟื้นความจำไว้เมื่อนึกคำไม่ออกว่าคำนั้น ควรจะสั้นหรือยาวเท่าไร
6. กิ่งก้อย ที่แตกแขนงออกมาจาก กิ่งแก้วเดียวกันควรมีสีเดียวกันทั้งแขนง เพื่อช่วยให้จำง่าย จำเป็นชุด ๆ ไปนอกจากนั้น หากเขียนมายด์แมปชำนาญขึ้น เราอาจใช้สีประจำกับความคิดต่าง ๆ เช่น สีแดงกับเรื่องด่วน เมื่อใช้สีที่ส่อไปถึงเนื้อหาด้วยแล้ว ก็จะยิ่งผูกโยงเรื่องไว้กับหลาย ๆ สิ่งทำให้เราจำง่ายขึ้น
7. ต้องแตกกิ่ง  ณ จุดสุดท้ายของเส้นเสมอ อย่าไปแยกกิ่งออกมาจากกลางเส้น ยกเว้นกรณีที่มีข้อย่อยมากมาย จนแตกปลายเส้นไม่หมด การแตกกิ่งจากกลางเส้นทำให้ความคิดไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร
8. เวลาเขียนมายด์แมปบนกระดาษแผ่นเดียว ระวังอย่าหมุนกระดาษกลับเป็นวงกลมจนทำให้เขียนคำบางคำกลับหัวกลับหาง อ่านยาก พยายามเอียงกระดาษไปทางซ้ายหรือขวาให้ไม่เกิน 50 องศา
9. ไม่ควรใช้วลีหรือประโยค ในมายด์แมป เลือกแต่คำที่เป็นประเด็นหลักเท่านั้น เลือกคำที่สั้น กระชับ ตรงประเด็น เขียนแต่ คำมูล เท่านั้นจะดีที่สุด
10. เส้นทุกเส้น ของกิ่งแก้วและกิ่งก้อย ต้องโยงเชื่อมต่อกัน อย่าเขียนเส้นให้ขาดหรือแหว่ง เพื่อให้ความคิดเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
11. ห้ามเขียนภาพ หรือ คำ แล้วล้อมด้วยวงกลมหรือรูปเหลี่ยม เพราะทำให้ความคิดไม่ลื่นไหล ทั้งยังเสียพื้นที่ในช่วงของเส้นที่ไม่มีคำไปโดยเปล่าประโยชน์ หากต้องการเน้น คำ หรือ ภาพ ให้เขียนลง “บน” เส้น แล้วค่อยล้อมวงรอบให้วงอยู่ส่วนบนของเส้นเช่นเดียวกับคำ หรือภาพที่ต้องการเน้น อย่าลืมเขียนเส้นให้ยาวเกินวงกลมหรือสี่เหลี่ยมออกมาเล็กน้อย เพื่อเปิดโอกาสไว้ต่อความคิดในอนาคต
12. ห้ามเขียนคำ/ภาพปิดท้ายเส้น เพราะเป็นการปิดกั้นไม่ชวนให้คิดต่อ ยกเว้นเมื่อเขียนจบแล้ว จะวาดภาพประกอบปิดท้ายปลายกิ่ง เพื่อความสวยงามได้ แต่จะให้ดีก็ควรมีเส้นรองรับไว้ด้วย
13. ห้ามเขียนคำ/ภาพทั้งบนและใต้กิ่งเดียวกัน  เพราะหากกิ่งนั้นแตกแขนงออกไปจะสับสนว่าข้อความที่แตกออกมาเชื่อมกับคำบนหรือคำล่าง ยกเว้นว่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่เป็นคนละภาษาหรือใช้ศัพท์ที่ต่างกัน
14. หลีกเลี่ยงการแตกกิ่งไปทางทิศเหนือหรือใต้ (บนล่าง)  เพราะไม่สะดวกเวลาเขียน และเวลาอ่าน
ตัวอย่างการเขียน Mind Map
ปัจจุบันมีโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างแผนที่ความคิดให้เลือกใช้งานหลายตัวด้วยกัน และมีการพัฒนาโปรแกรม กันอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละโปรแกรมมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไป ตามลักษณะของผู้ใช้งาน แต่แทบจะไม่มีโปรแกรมใดที่เขียน MindMap® ได้ตามกฎเกณฑ์หลักของ MindMap® ตามที่โทนี บูซานกำหนดไว้เลย

      แต่มีโปรแกรมหนึ่งคือ iMindMap ที่สร้างการยอมรับไปแล้วทั่วโลก ถูกพัฒนาโดย คริส กริฟฟิธส์ (Chris Griffiths)  ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2550 ปัจจุบันพัฒนาเป็นเวอร์ชั่น 5 แล้ว (iMindMap 5)
     iMindMap5โปรแกรมที่ช่วยจัดระบบความคิดของคุณ แถมยังช่วยพัฒนาสมองให้เชื่อมโยงต่อยอดความคิดคุณจากความคิดหนึ่งไปสู่ความคิดหนึ่งได้อย่างลื่นไหล นำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ iMindMap5 ใช้ง่ายและเป็นเครื่องมือให้ผู้คนทุกสาขาอาชีพที่ต้องการวางแผนงาน และบรรลุเป้าหมายอย่างสร้างสรรค์
******************************************************
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s