A BRIEF HISTORY OF BICYCLE

A BRIEF HISTORY OF BICYCLE

ไม่มีข้อสรุปอย่างเ้ป็นสากลว่าใครคือผู้คิดค้นจักรยานในรูปแบบปัจจุบันขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะชิ้นส่วนต่างๆ ถูกปรับปรุึงในเรื่องรายละเอียดและ Design จากในหลายๆ ประเทศพร้อมๆ กัน มีรูปภาพในบันทึกของ Leonardo da Vinic ถึงสิ่งประดิษฐ์ในศตวรรษที่ 15 ของเค้าที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นต้นแบบของจักรยานในปัจจุบัน
ปั่นกับล้อ โดยจะสามารถทำความเร็วได้เร็วถึง 20-25 กม./ ชม. แต่ล้อหน้าก็จะใหญ่ถึง 150 ซม. ลองนึกภาพการที่ต้องปืนบันไดขึ้นไปเพื่อนั่งข้างบนนั้น และยากยิ่งกว่าตอนขาลง จักรยานแบบนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยจักรยานแบบนั่งต่ำปี 1885 ด้วยการทำให้ล้อทั้งสองเท่ากันและใช้โซ่กับเฟืองเป็นตัวทดกำลังและรอบขา มีความปลอดภัยในการขี่มากขึ้นเพราะไม่ต้องกลัวพลัดหล่นลงมา รูปแบบจักรยานแบบสองล้อเท่ากันนี้นี้ ทำให้จักรยานเป็นที่แพร่หลายอย่างมากเพราะใช้ง่ายและปลอดภัยเริ่มมีการแข่งขันจักรยานเกิดขึ้นเป็นกีฬา ครั้งแรกนั้นแข่งกับ
เริ่มจากยุคที่ Pierre Michaux (1813-83) ได้ประดิษฐ์ลูกบันได (Pedal) สำหรับใช้ในการถีบล้อให้เคลื่อนที่ ทำให้มนุษย์หลุดจากยุคของมนุษย์ Flintstom ที่ใช้เท้าถีบพื้นไถล้อให้เคลื่อนไป ในยุคเริ่มต้นนั้นสิ่งนี้ถูกเรียกว่า  Volocipedes ทำด้วยไม้และเหล็กหล่อ!!! และล้อก็เป็นแหวนเหล็ก สะเทือนมากเวลาขี่จนถูกขนาดนามว่าเป็น “ไอ้ตัวเขย่ากระดูก” (ฺBoneshakers) จนต่อมา James Starley (1830-81) จากเมือง Conventry ประเทศอังกฤษ เป็นผู้เริ่มยุคลดน้ำหนักจักรยานด้วยตัวถังแบบเฟรม และใช้ขอบล้อกับซี่ลวด และเริ่มใช้ยางตันๆ มารองเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล จนปี 1888 John Boyd Dunlop ก็คิดค้นยางแบบสูบลบขึ้นและก็ใช้กันเรื่อยมาจนปัจจุบัน
ยุคล้อจักรยานล้อสูง เป็นการออกแบบจักรยานยุคเริ่มแรกที่เพิ่มความเร็วในการขับขี่ด้วยหลักการทดรอบที่ไม่เท่ากันของบันได
ม้า !  ในปี 1893 จาก Vienna – Berlin ระยะทาง 580 กม. โดย Joseph Fischer ขี่จักรยานใช้เวลา 31 ชั่วโมง โดยในปีก่อนหน้านั้น Count Starhemberg ขี่ม้าใช้เวลา 71 ชม. 35 นาที
ในต้นศตวรรษที่ 19 ก็เริ่มยุคของจักรยานที่เปลี่ยนเกียร์ได้โดยเริ่มจากเกียร์ดุมก่อน ตีนผี (derailleur) นั้นถูกคิดขึ้นในปี 1910 ในฝรั่งเศส แต่ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบคุณภาพสูงของจักรยานนั้นถูกสร้างโดย Tullio Campangnolo ในโรงงานที่ Italy โดยใช้ชิ้นส่วนอลูมิเนียมเข้ามาแทนเหล็ก ทำให้จักรยานมีเกียร์เริ่มเป็นที่นิยมกันในกลุ่มนักจักรยานทางไกล (touring cyclists) อย่างไรก็ดีในช่วงแรกๆ นั้นจักรยานมีเกียร์ถูกห้ามไม่ให้เข้าแข่งเพราะถือว่าเป็นการเอาเปรียบ เพราะไม่ได้ใช้แรงคนขี่จริงๆ (มีัตัวช่วย)  จนกระทั่งการแข่งจักยาน Tour De France ปี 1937 จึงอนุญาติให้ใช้ได้เป็นต้นมา

Celerifere  ที่ประดิษฐ์ในปี 1790  โดย Count Mede de Sivrac ชาวปารีส ประกอบด้วยล้อ 2 ล้อ เชื่อมกันด้วยไม้ ทำเป็นรูปคล้ายหลังม้าหรือหลังสัตว์ต่างๆ และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยการไสด้วยเท้า
ปี 1816 Wutemburg ชาวเยอรมัน ได้ปรับปรุงจักรยานเสียใหม่ โดยชื่อว่า Draiseinne เพื่อเป็นเกียรติแก่ von Drais ผู้ประดิษฐ์จักรยานคันแรกของโลก
อังกฤษไม่เห็นด้วยกับชื่อที่ฝรั่งเศสได้ตั้งขึ้นและตั้งชื่อจักรยานใหม่ว่า Hobby horse ซึ่งจักรยานที่เห็นนี้ได้ประดิษฐ์ขึ้นในปี 1818 และได้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานทางวิทยาศาสตร์ ณ กรุงลอนดอน
ในปี 1821 นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษชื่อ นาย Louis Gompertz ได้ปรับปรุง Draisienne โดยใส่เกียร์และสลักที่ล้อหน้า แต่ยังคงใช้เท้าไสไปบนพื้น
รูปร่างรถจักรยานที่ประดิษฐ์ขึ้นในปี 1825 โดย  kirkpatrick MacMillan ช่างทำเกือกม้าชาวสก๊อตซ์เลิกการใช้เท้าไสไปบนพื้นและใส่ก้านบนบันไดที่ล้อหน้า ผู้ขี่จะปั่นลูกบันไดและบังคับตัวรถดดยเท้าไม่ต้องแต่พื้นดิน
Velocipede ประดิษฐ์โดย Michaus ใน พ.ศ. 2403 ตัวถังเป็นเหล็ก อานแขวนอยู่บนเส้นลวดสปริง และห้ามล้อควบคุมด้วยสายต่อกับแฮนด์ล้อทำด้วยไม้กลม เส้นผ่าศูนย์กลางล้อหน้า 33 ½ นิ้วและล้อหลัง 32 นิ้ว หนัก 110 ปอนด์
รถจักรยานเหรียญบาทและเหรียญสลึง (Penny Farthing) ซึ่งประดิษฐ์โดย James Starley เมื่อ พ.ศ.2413
Rover Safety Bicycles ซึ่งนำออกสู่ตลาดโดย John Kemp Starley ในปี พ.ศ. 2427 เป็นรถจักรยานที่ยังไม่มีท่อนั่ง
รถจักรยานที่ทีมสหรัฐอเมริกาใช้ในการแข่งขันทีมเปอร์ซูท ในกีฬาโอลิมปิค แอล เอ
     รถจักรยานที่โมเซอร์ ขี่ทำสถิติโลกในเวลา 60 นาที ทำระยะทางได้ 50.644 ก.ม.
รถจักรยานที่ทันสมัย ในปี 2531 ทำด้วย Carbon fiber หนัก  8.1 ก.ก.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s